รถไฟ
ถึงแม้ว่าในตอนนี้ จะเป็นพนักงานรถไฟ
ที่คอยดูแลรถไฟที่จะเข้าเทียบชานชาลา
ให้เข้ามาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย……
แต่ถ้าหากวันนึง รถไฟที่เข้าเทียบชานชาลา ขบวนนั้น
เป็นขบวนที่ใช่ เป็นขบวนที่ พนักงานรถไฟคนนึงคิดว่า
นี่แหละใช่เลย……
เป็นรถไฟขบวนที่เขาสามารถดูแลได้
เป็นรถไฟขบวนที่สามารถดูแลเขาได้
เป็นรถไฟขบวนที่เขาสามารถทำให้มันยังคงความงดงามไว้ได้
เป็นรถไฟขบวนที่เขามีความสุขได้เมื่อเดินทางไปด้วย
พนักงานรถไฟคนนั้น ก็พร้อมที่จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ชานชาลา
ละทิ้งหน้าที่ในการดูแลรถไฟที่จะเข้ามาเทียบชานชาลา
แล้วเดินทางไปพร้อมกับรถไฟขบวนนั้น…..
ไปจนถึงปลายทาง….
What is a friend?
พอดีไปนั่ง “บ้านเพื่อน” เหลือบไปเห็นป้ายแขวนอยู่บนเสาป้ายหนึ่ง
เลยจดชื่อเรื่อง แล้วก็ผู้แต่ง กลับมา search แล้วก็ได้มาเป็น entry นี้
What is a friend? I will tell you.
It is a person with whom you dare to be yourself.
Your soul can be naked with him.
He seems to ask of you to put on nothing, only to be what you are.
He does not want you to be better or worse.
When you are with him, you feel as a prisoner feels
who has been declared innocent.
You do not have to be on your guard. You can say what you think,
so long as it is genuinely you. He understands those contradictions
in your nature that lead others to misjudge you.
With him you breathe freely. You can avow you little vanities
and envies and hates and vicious sparks, your meanesses
and absurdities and, in opening them up to him,
they are lost, dissolved on the white ocean of his loyalty.
He understands. You do not have to be careful.
You can abuse him, neglect him, tolerate him. Best of all,
you can keep still with him. It makes no matter.
He likes you he is like a fire that purges to the bone.
He understands. He understands.
You can weep with him, sin with him, laugh with him,
pray with him. Through it all and underneath he sees,
knows and loves you.
A friend?
What is a friend? Just one, I repeat,
with whom you dare to be yourself.
……..C.Raymond Beran
ใจพี่มันปวดร้าว
วันนี้เอาบทความที่ผมแต่งเพื่อลงในหนังสือ “ก่อนจะก้าว” CPE KU Freshy#5 มาให้อ่านกันครับ
เผื่อจะช่วยให้คนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้ สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้
…
ในเกษตรศาสตร์ของเราก็มีสาวสวยหนุ่มหล่อเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด (แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หาตัวยากจัง)
และแต่ละคนนั้น ต่างก็มีเสน่ห์ในรูปแบบของตัวเอง ทำให้เป็นการยากยิ่งนักที่เราจะหักห้ามใจไม่ให้หลงไหลไปกับ
เสน่ห์ของพวกเขาและเธอ เมื่อเกิดความประทับใจหลงไหลเสน่ห์ แล้วต้องก็อยากรู้จักเป็นธรรมดา แต่จะทำยังไงล่ะ
ก็อย่างที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่ เข้าไปแนะนำตัว พูดคุยเดี๋ยวนั้นเลย แต่จะมีสักกี่ล่ะคนที่กล้าทำแบบนั้น เพราะว่าส่วนใหญ่
ก็มักจะตื่นเต้นๆ จนพูดอะไรไม่ออก หรือกลัวจะดูไม่ดี ที่เข้าไปหาผู้ชายก่อน(กรณีนี้สำหรับผู้หญิง) ก็เลยได้แต่มอง
อาการตื่นเต้นในลักษณะนี้ จากการผลการวิจัยโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง พบว่า เกิดจากการที่เราคิดไตร่ตรองไว้ก่อน
ว่าเราจะทำยังไง จะพูดอะไรกับเค้าดี เพราะการคิดไตร่ตรองเหล่านี้ จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมา
ยิ่งคิดไตร่ตรองมากเท่าไร อะดรีนาลีนก็ยิ่งหลั่งมาก ความตื่นเต้นก็จะมากขึ้น และความกล้าก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น
(แต่อาการเหล่านี้มักจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราเข้าไปทำความรู้จักกับคนที่เราไม่ได้หลงใหลในเสน่ห์ของเค้า
ไม่เชื่อลองหันไปถามชื่อเพื่อนคนข้างๆที่เรายังไม่รู้จักดูสิครับ) เพราะฉะนั้น ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ อยากรู้จัก
ก็ตัดสินใจให้แน่วแน่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ถ้าถอยหลังก็จบแค่นี้แล้วอย่าหันไปมองอีก
แต่ถ้าเดินหน้าก็ลุยเลย….
แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึก เท่านี้เราก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคน…..(เหมือนจะง่ายเลยนะ)
การที่เราจะมีโอกาสได้รู้จักเขาหรือเธอ อีกทางนึงก็คือ การลงทะเบียนเรียนวิชานอกภาค เช่น วิชาเลือกเสรี
หรือวิชาบูรณาการ วิชาเดียว หมู่เดียวกับเขาหรือเธอ เพราะวิชาพวกนี้ นิสิตเกษตรต้องเรียนกันทุกคนอยู่แล้ว
แต่จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่า เค้าลงเรียนวิชาอะไร อันนี้คงต้องบอกว่า ใช้ความสามารถเฉพาะตัวครับ
มีการเปรียบเทียบเอาไว้ว่า ความรักเหมือนผีเสื้อ ยิ่งไขว่คว้ามันยิ่งบินหนี ต้องอยู่เฉยๆ ผีเสื้อจะมาเกาะเอง
ตามธรรมชาติผีเสื้อจะเกาะอะไรล่ะครับ ดอกไม้ใช่ไหมครับ แล้วน้องเคยคิดไหมว่าถ้าเราไม่ใช่ดอกไม้ล่ะผีเสื้อจะบิน
มาเกาะเรารึเปล่า โอกาสมันน้อยมากจริงไหมครับ เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามทำตัวให้โดดเด่นขึ้นมา ให้สวยงาม
น่าชื่นชมเหมือนดอกไม้ เพื่อเพิ่มโอกาสที่ผีเสื้อหรือความรักจะบินมาหาเรานั่นเอง แต่ต้องเด่นแบบพอดีๆนะครับ
ถ้าเด่นมากไปเดี๋ยวดอกไม้จะอยู่ไม่ถึงตอนที่ผีเสื้อบินมาเกาะ การแนะนำตัวเราให้เค้ารู้จักแบบที่ผ่านมานั้น
ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวเราด้วยเช่นกัน *****ถ้าอยากได้ แต่ไม่ออกไปไขว่คว้า แล้วจะได้มั๊ย*****
หลังจากพร่ำเพ้อมานาน เรามาดูเรื่องมีสาระกันสักนิดนึงดีกว่า
การลงทะเบียนเรียนวิชานอกภาคไม่เพียงแต่จะเป็นหนทางในการทำความรู้จักกับคนที่เราอยากรู้จัก
แต่ยังเป็นหนทางในการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆทั้งในและนอกคณะ จากผลการวิจัย(อีกแล้ว)โดยมีนิสิตวิศวะคอม
ม.เกษตรเป็นกลุ่มตัวอย่าง พบว่า เด็กวิศวะคอมอย่างเรา โดยนิสัยลึกๆแล้วมักจะไม่ค่อยชอบสุงสิงกับคนอื่น
ในเวลาเรียนเท่าไรนัก หรือพูดอีกนัยนึงก็คือตั้งใจเรียนมากๆนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราเสียโอกาสที่จะรู้จัก
เพื่อนใหม่นอกคณะ ทำไมถึงเรียกว่าเสียโอกาส เพราะการรู้จักเพื่อนนอกคณะมีประโยชน์กับเราในหลายๆด้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงานเมื่อเราเรียนจบ เช่นเราอยากเปิดบริษัท เราก็สามารถชวนเพื่อนๆที่มีความรู้
ตรงกับที่เราต้องการมาเปิดบริษัทร่วมกัน ทำงานร่วมกับเพื่อน สนุกกว่า และอาจมีผลให้เนื้องานดีขึ้นนะครับ
ด้านกิจกรรมในมหาลัย ถ้าหากจัดกิจกรรมไปต่างจังหวัด ถ้าไปกับเพื่อนในภาคที่เห็นหน้ากันทุกวันล้วนๆ ก็คงรู้สึก
เบื่อหน้ากันบ้าง เราก็อาจจะติดต่อชวนเพื่อนนอกคณะให้มาร่วมกิจกรรมกับเรา เพื่อความสนุกสนานแปลกใหม่
เห็นไหมครับว่าประโยชน์ของการรู้จักเพื่อนนอกคณะ มีมากมาย เพราะฉะนั้นก็ตั้งใจเรียนนั่นแหละดีแล้วครับ…อ้าว!!
^_^ แต่ก็ลองหาเวลาที่อาจารย์มัวแต่โม้ให้ฟัง พูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆบ้าง
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มสงสัยรึอาจจะสงสัยมาตั้งนานแล้วว่ามันเกี่ยวอะไรกับชื่อเรื่อง “ใจพี่มันปวดร้าว”
มีคำพูดที่ว่า “ถ้าคิดจะรักก็ต้องพร้อมที่จะเจ็บ” แต่ถ้าเจ็บแล้ว เราต้องรู้ว่าเราควรจะทำอย่างไรกับตัวเราต่อไป
บางคน นับตั้งแต่มีแฟนคนแรก ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสชีวิตโสดอีกเลย อาจจะรักเดียวใจเดียวมาตลอด
หรือเปลี่ยนคนแทบจะทันที บางคน ก็เพิ่งได้ชีวิตโสดคืนมา แต่บางคนตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่มีโอกาสได้สละโสดเลย
ไม่ว่ากรณีไหน ต่างก็มีโอกาสพบความผิดหวังกันทั้งนั้น เมื่อพบกับความผิดหวังแล้ว เราจะจัดการกับความผิดหวังนั้น
และ กับตัวเราเองอย่างไรเพื่อให้เกิดผลกระทบกับการดำเนินชีวิตน้อยที่สุด
พี่มีข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลานั้นจริงๆมักไม่เคยแม้แต่จะพยายามนึกถึงมันด้วยซ้ำ
- เห็นคุณค่าของตัวเอง ถ้าตัวเราเองยังไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครมันจะมาเห็นล่ะครับ ตัวเรายังมีคุณค่า
อีกมากมาย ลองมองตัวเองดูดีๆ คิดดีๆ แล้วน้องจะเห็นว่าเรามีคุณค่ามากจนบางทีเราเองก็นึกไม่ถึง
- มองโลกในแง่ดี อย่างที่เกริ่นมาตอนแรก ผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ได้มีคนเดียวครับ หาคนใหม่เลย…
บางคนย้อนกลับมาว่า “แต่คนที่….ที่สุดมีคนเดียว” แล้วน้องมั่นใจได้อย่างไร ว่าคนนั้นเป็น “คนที่….ที่สุด” แล้วจริงๆ
ในเมื่อเรายังรู้จักผู้หญิงหรือผู้ชายยังไม่ถึงครึ่งของหญิงหรือชายทั้งหมดบนโลกเลยด้วยซ้ำ จะดูเหมาะกว่าถ้าพูดว่า
“คนที่….มากกว่า” และ “คนที่….มากกว่า” ซึ่งเราและเค้าต่างก็พอใจในกันและกัน ยังรอเราอยู่ รอให้เราเข้าไปหา
รอให้เราเข้าไปเติมเต็ม รู้อย่างนี้แล้วเราจะรอช้าอยู่ใย ไปตามหาเค้าซิ เพราะเค้าก็กำลังตามหาเราอยู่เหมือนกัน
- ยังมีคนที่คอยมอบความหวังดีให้เราอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเราจะมอบความหวังดีให้กับเค้ามากมายแค่ไหน
แต่เค้าก็ไม่เคยมองเห็นและไม่เคยสนใจความหวังดีนั้นเลย ไม่ต้องเสียใจครับ เพราะยังมีคนที่คอยมอบความหวังดี
ให้เราอยู่เสมอ พ่อแม่ และเพื่อนๆไงครับ ที่จะคอยมอบความหวังดีให้เราและมองเห็นความหวังดีที่เรามอบให้
- น้ำตามีไว้ให้กับ “คนที่เรารักและคนที่รักเรา” เท่านั้น ดังนั้น คนที่เรารัก แต่เค้าไม่รักเรา ผิดเงื่อนไขนะครับ
เราจึงไม่ควรมีน้ำตาให้เค้า แต่ควรมีมิตรภาพที่ดีให้กัน มีเพื่อน ดีกว่ามีศัตรู จริงไหมครับ
- หาอะไรที่ทำแล้วสบายใจ ทำซะ อย่ามัวพร่ำเพ้อถึงคนที่เค้าไม่เห็นคุณค่าของเราเลยครับ ลองคิดว่า
หึ ไม่เห็นค่าเรารึ แล้วอย่ามาง้อก็แล้วกัน แล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “คุคุคุคุ” ……..สบายใจ
ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ตั้งวง รึว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องไปกับเพื่อนหลายๆคนนะครับ อย่าไปคนเดียว
เอาแบบชนิดที่ว่า เฮไหนเฮกันให้สุดๆกันไปเลย…….สบายใจ หรืออีกอย่างคือ ทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิ
ใช้หัวคิดหน่อยจะได้ไม่มีเวลาไปคิดถึงเค้าให้ปวดใจ
สุดท้ายขอปิดด้วย…
- เก็บความทรงจำดีๆไว้ ช่วงแรกๆเราอาจจะยังทำใจไม่ได้ก็ทำตามข้อแนะนำที่ผ่านมาไปก่อน แต่เมื่อไร
ที่ทำใจได้แล้ว ลองมาทบทวนข้อนี้ดูครับ ความทรงจำดีๆระหว่างเราทั้งคู่ เป็นสิ่งที่สมควรเก็บไว้อย่างยิ่ง
เพื่อมิตรภาพที่จะอยู่กับเราต่อไป แล้วลองตอบคำถามตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ว่า เรามีความสุขได้ไหม เมื่อเห็น
เค้ามีความสุข แต่ไม่ใช่กับเรา ถ้าตอบว่า ไม่ แสดงว่ายังทำใจไม่ได้กับความผิดหวังที่พบเจอ กลับไปทำใจก่อนครับ
แต่ถ้าตอบว่า ได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขได้ นั่งยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าได้ เมื่อย้อนกลับไป
คิดถึงวันเวลาดีๆ เรื่องราวดีๆ ที่เคยทำร่วมกัน
หวังว่า บทความนี้ คงจะพอช่วยให้คนที่กำลังพบกับอุปสรรคที่มีในบทความนี้ สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้….
เสน่ห์บ้านนอก
บล๊อกนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเขียนตั้งแต่เมื่อช่วงวันพ่อโน่นแล้ว แต่งานมันช่างเยอะซะเหลือเกิน
ทำให้ต้องพักเขียนบล๊อกเอาไว้ก่อน…
เมื่อวันพ่อ ผมกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ผมประทับใจ สิ่งหนึ่งคือ
ผมออกไปซื้อของให้แม่ ที่ “ร้านเจ๊หมวย” อันที่จริงมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับผมเองหรอก
ผมเป็นเพียงผู้อยู่ในเหตุการณ์ น้าผู้หญิงคนนึงมาซื้อของที่ร้านเจ๊หมวยเหมือนกัน ราคาของที่เค้าซื้อ
22 บาท แล้วน้าเค้าจ่ายแบงค์ 100 บาท เจ๊หมวยถามว่า มีเศษสองบาทไหม น้าเค้าก็บอกว่าไม่มีอ่ะเจ๊
เจ๊หมวยหยิบตังขึ้นมาทอนไป 80 บาท แล้วบอกว่า “อ่ะ สองบาท เดี๋ยวมาซื้ออีกวันไหนค่อยให้”
ถ้าจะมองว่าเป็นความขี้เกียจทอนตังของเจ๊แก ก็อาจจะไม่ผิดนัก แต่สำหรับผม ผมมองว่า
นี่คือน้ำใจ คือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน อันที่จริงผมก็เจอแบบนี้มาบ่อยครั้งแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมคราวนี้ถึงรู้สึกดี
ทั้งๆที่เป็นบ้านตัวเองน่าจะชินแล้ว
Reset windows password with ubuntu
เหตุเกิดจาก…….กำลังนั่งดู Sky of love อยู่ แล้วเกิดอยากย้ายตัวเองและโน๊ตบุ๊คมาอยู่บนที่นอน ก็เลยกด sleep
แล้วก็จัดการถอดสายอะไรต่างๆที่ต่ออยู่กับโน๊ตบุ๊ค ย้ายๆๆๆ มาบนที่นอน ต่อสายแลน ต่อสายอแดปเตอร์
แล้วก็ค่อยปลุกมัน….อ่า มาหยุดอยู่ที่หน้าใส่พาสเวิร์ดตามปกติ แล้วก็ใส่พาสเวิร์ดเข้าไป **********
Enter ….ตึ้ม
User or password incorrect
เอ้า ไหนลองอีกทีซิ ********** Enter ….ตึ้ม
เหมือนเดิม
เอ้า เอาแล้วต้อมเอ๊ย ทำไงล่ะทีนี้ ยังดีที่ในเครื่องมี ubuntu ลงไว้อยู่ เลยเข้าไปเซิร์ชๆๆ แล้วก็ได้วิธีนี้มา
ผมว่ามันง่ายดีนะ….. อันนี้ผม reset password Windows 7 Professional นะครับ
- เข้า Ubuntu (ก็มันต้องทำบน Ubuntu นี่นา)
- เปิด System > Administration > Synaptic Package Manager.
- หา package ที่ชื่อว่า ”chntpw”
- คลิก ขวา > Mark for installation ที่ chntpw
- แล้วก็ไปคลิก Apply
- จากนั้นให้ไป mount windows drive โดยคลิกไปที่ Places > xx.xx GB Media
- เปิด terminal ขึ้นมา แล้วก็ พิมพ์ “cd /media/disk/Windows/System32/config/”
- แล้วก็ ”sudo chntpw -u username SAM ” ถ้าหากว่า ไม่ใส่ “-u username” ค่า default จะเป็น Administrator
- จากนั้นก็ เลือก option 1 – 4 ว่าจะทำอะไร และ confirm
เป็นอันเรียบร้อย รีสตาร์ทเครื่อง เข้า windows ได้แล้ว
ใช้เวลาไปประมาณไม่ถึง 10 นาที (แค่ search กับทำตามข้างบนนะครับ ไม่รวมบูทเครื่องสองสามรอบ)
ที่มา : http://www.makeuseof.com/tag/3-ways-to-reset-the-forgotten-windows-ad ministrator-password/
หมา…กับคน
ระหว่างทางกลับหอ ผมเดินกลับมาเอารถจักรยานที่จอดเรียงแถวกันอยู่สองข้างของฟุตบาท
ทำให้มีช่องเหลือให้เดินได้สบายๆก็คนเดียว
ระหว่างที่ผมเอาจักรยานออกมา ขึ้นคร่อมแล้วค่อยๆเอารถออกมาทางช่องทางเดินที่มีอยู่ไม่มากนั้น
มีหมาตัวนึง กำลังจะเดินเข้ามา มันเห็นผม กำลังออกไป มันก็หยุด แล้วหลบไปอยู่ข้างๆจักรยานให้ผมออกไปก่อน
…
…
…
ระหว่างที่ปั่นจักรยานเข้าหอ มาถึงทางแยกเข้าซอยแคบๆซอยนึง มีรถเก๋งคันนึงกำลังเลี้ยวออกจากซอย
แล้วก็รถเก๋งอีกคัน กำลังจะเลี้ยวเข้าซอย แต่ว่า ทั้งคู่ ต่างคนก็ต่างใส่เกียร์เดินหน้า ด้วยความที่กลัวรถจะเสียโฉม
ทำให้ทั้งคู่ขยับไปข้างหน้าได้ทีล่ะนิดๆ อยู่ตรงนั้นนานพอสมควร กว่าจะพ้นกันไปได้
คนรอบข้าง
วันนี้ไปเรียนปิงปองมาครับ ตอนต้นคาบ อาจารย์ก็ให้เดาะลูก บังคับลูก บลาๆๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
ที่ผมจะเล่าให้ฟังในวันนี้เกี่ยวกับน้องปีหนึ่งคนนึง…..นั่นแน่ คิดอะไรกัน
น้องเค้าอยู่คณะบริหารครับ เอ้ย ไม่ใช่….วิทยาศาสตร์ครับ
ในตอนกลางๆคาบเรียน หลังจากที่อาจารย์ให้เดาะลูกแล้ว อาจารย์ก็ให้เล่นบนโต๊ะ ทุกๆคน
ก็ไปเล่นกันอย่างสนุกบ้าง ไม่สนุกบ้าง อันนี้ผมก็ไม่ทราบเพราะผมไม่ได้เดินดู…แต่น้องคนที่ผม
กำลังพูดถึงอยู่นี้ ไปนั่งอยู่คนเดียว นั่งเล่นลูกปิงปอง เล่นไม้ปิงปอง(ปั่นลูกปิงปองเล่นอ่ะครับ)
ผมก็เลยบอกพี่ปอนด์…พี่ที่ตีปิงปองอยู่กับผมว่า “แป๊บนึงนะพี่” แล้วผมก็เดินไปหาน้องคนนั้น
ชวนน้องเค้าให้มาเล่นด้วยกัน….น้องเค้ารีบตอบผมอย่างไม่ทันคิดเลยว่า “เล่นครับๆๆ” แล้วรีบลุกตามผมมา
ผมว่า น้องเค้าอยากเล่นมากๆเลยนะ แต่คงเป็นเพราะด้วยความที่เค้าเล่นไม่เป็น เล่นไม่เก่ง เค้าก็เลย
ไม่กล้ามาเล่นกับคนอื่นๆ บวกกับน้องเค้าเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นไม่เป็นอยู่แล้ว เลยไปกันใหญ่เลย
ทำไมผมถึงคิดว่าน้องเค้าเข้ากับคนอื่นไม่เป็นล่ะ….
เพราะตอนเปิดเทอมต้นใหม่ๆ ผมเห็นน้องเค้าไปนั่งกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง โดยที่ไม่พูดไม่จาอะไร
กับเพื่อนๆเลยแม้แต่คำเดียว จนกินหมด แล้วเค้าก็ลุกไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ อ่อ ลืมบอกไป
น้องเค้าห่อข้าวกล่องมาจากบ้านนะครับ พฤติกรรมของน้องคนนี้ดูแปลกๆ ไม่รู้เค้าจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า….
ขอแค่คนเรา ใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ถึงแม้จะไม่รู้จักกันก็ตาม เพราะนั่นอาจจะทำให้เค้าเปลี่ยนอะไรบางอย่าง
ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้อย่างง่ายดาย
…..ใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น…..แล้วความสุขจะตามมาหาคุณ
ไอ้หนูเอ้ย ลุงขอค่ารถเมล์หน่อย
เมื่อนานมาแล้ว……
ระหว่างทางเดินมามหาวิทยาลัย มียายคนนึงเดินมากับหลานตัวเล็กๆ เมื่อผมและคุณยาย
เดินมาอยู่ต่อหน้ากันและกัน ยายก็มาจับแขนผม….
หลานเอ้ย….ยายขอค่ารถเมล์สักสิบยี่สิบสิ….
ผมเจอแบบนี้มาบ่อยมาก เมื่อก่อนผมจะปฏิเสธโน่นปฏิเสธนี่ไปเรื่อย ไม่มีบ้าง อะไรบ้าง
คราวนี้ผมบอกกับยายว่า….ยายครับ รถเมล์ฟรีมีครับ….
จากนั้นยายคนนั้น..ก็ร้อง หุ๊…(อารมณ์ประมาณว่า เซ็ง+โมโห ที่ไม่ได้ตามที่ตนต้องการ)
แล้วก็เดินจากไป
แล้ววันนี้…..
ผมก็เจออีกแล้ว แต่เป็นลุงไม่ใช่ยาย
ไอ้หนูเอ้ย ลุงขอค่ารถเมล์หน่อย…..
ผมก็ตอบไปแบบเดิมครับ….รถเมล์ฟรีมีครับ…..
แล้วก็ได้รับการตอบรับเหมือนเดิมคือ…หุ๊…..แล้วก็เดินจากไป
เดี๋ยวนี้คนที่ไม่คิดจะทำมาหากินกันเพื่อให้บ้านเมืองพัฒนาเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป
บ้านเมืองจะเป็นยังไงกันนะ
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงพวกป้าๆขอทานที่มานั่นขอทาน พร้อมกับลูกหมาตัวเล็กๆ
ผมเห็นพวกนี้แล้วผมมักจะคิดในใจทุกทีไปว่า….
ตังจะให้ตัวเองแดกข้าว ยังต้องมาขอคนอื่น ยังจะเสือกเลี้ยงหมาอีก…
(ขออภัยในความไม่สุภาพ) เท่านั้นยังไม่พอครับ ลูกหมา ใส่เสื้อผ้าด้วยนี่สิ สีสันสดใสเชียว…
มันน่า…..
